โรคแพนิค ไม่ได้เกิดแค่อาการกังวล ขี้ตกใจเพียงอย่างเดียว

โรคแพนิค ไม่ได้เกิดแค่อาการกังวล ขี้ตกใจเพียงอย่างเดียว

ขี้กลัว ขี้ตกใจ หรือเคยเจอกับเหตุการณ์ร้าย ๆ ส่งผลให้คนปัจจุบันกลายเป็น ‘โรคแพนิคมากขึ้น’ แต่รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วโรคแพนิคไม่ใช่แค่นิสัยขี้ตกอกตกใจอย่างที่หลายคนเข้าใจ วันนี้เรามาดูว่าจริง ๆ แล้วอาการนี้คืออะไรกันแน่

โรคแพนิค คืออะไร?

โรคแพนิค (Panic Disorder) เป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากการที่ฮอร์โมนลดหรือเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติเสมือนกับไฟฟ้ากำลังลัดวงจร ระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของร่างกายหลาย ๆ ส่วน จึงเกิดอาการหลายอย่างพร้อมกัน เช่น หัวใจเต้นเร็ว, เหงื่อออกมาก, หายใจไม่ทัน, วิงเวียนคล้ายจะเป็นลม, ท้องไส้ปั่นป่วน เป็นต้น และอาการต่าง ๆ ที่เกิด มักเป็นอาการแบบฉับพลันโดยไม่มีสาเหตุและไม่มีเรื่องให้ตกใจ

นั่นเลยทำให้หลายคนเกิดความกังวลว่าตัวเองกำลังเป็นโรคหัวใจหรือไม่ เพราะไม่สามารถที่จะควบคุมอะไรได้เลย และผู้ป่วยโรคแพนิคจะรู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ก็ต่อเมื่อมีอาการดังกล่าวแล้วไปเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คเท่านั้น ซึ่งหากแพทย์วิเคราะห์ว่าหัวใจยังแข็งแรงดี ก็อาจสงสัยว่าคุณกำลังป่วยเป็นโรคแพนิคได้นั่นเอง

โรคแพนิค คืออะไร?
โรคแพนิค คืออะไร?

โรคแพนิคมีอาการอย่างไร จำเป็นต้องรักษาไหม

ปัจจุบันนอกจากโรคซึมเศร้าและโรคย้ำคิดย้ำทำที่กำลังเป็นโรคยอดฮิตในสังคมปัจจุบันแล้ว อาการโรคแพนิคก็นับว่าเป็นอีกโรคที่กำลังลุกลามไปในคนทุกเพศทุกวัย โดยอาการของโรคแพนิคที่อาจเกิดขึ้นและทำให้คุณสังเกตได้ง่าย ๆ นั้น มีดังนี้

  • ใจสั่น ใจเต้นแรงมากกว่าปกติ
  • รู้สึกเจ็บหน้าอกแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
  • เหงื่อออกมาก รู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ เมื่อมีอาการ
  • หายใจหอบถี่ หายใจไม่อิ่ม หายใจตื้น
  • รู้สึกวิงเวียน โคลงเคลง รู้สึกตัวลอย ๆ คล้ายกับอาการจะเป็นลม
  • ควบคุมตัวเองไม่ได้ และรู้สึกอยู่คนเดียวไม่ได้
  • กังวลไปหมดทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องกลัวตาย

ซึ่งเมื่อคุณสังเกตอาการของตัวเองแล้วรู้สึกว่ามีอาการข้างต้น และสงสัยว่าตัวเองกำลังป่วยเป็นโรคแพนิค สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเดินทางไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด และถึงแม้ว่าโรคแพนิคจะไม่ได้เป็นโรคเรื้อรังร้ายแรง แต่ทว่าการไปตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ ย่อมเป็นอะไรที่ดีกว่า เพราะบางทีคุณอาจไม่ได้เป็นแพนิค หากแต่อาการสัมพันธ์ไปถึงโรคร้ายแรงอื่น ๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง, หัวใจวายเฉียบพลัน และโรคระบบหลอดเลือดหัวใจ

โรคแพนิคมีอาการอย่างไร จำเป็นต้องรักษาไหม
โรคแพนิคมีอาการอย่างไร จำเป็นต้องรักษาไหม

ในส่วนของการรักษาโรคแพนิคปัจจุบันสามารถทำได้ด้วยการรับประทานยาตามแพทย์ เพื่อเป็นการปรับสมดุลของสารเคมีในสมองที่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติ รวมไปถึงการตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุที่เกิดทางด้านร่างกาย เช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ หรือการรักษาด้วยการทำจิตบำบัดที่เป็นต้นตอของความกลัวได้ แต่ทั้งนี้ตัวผู้ป่วยเองก็สามารถลดความกังวลต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง เช่น ฝึกการหายใจเพื่อควบคุมอารมณ์เมื่อเกิดอาการ หรือควบคุมอาหารบางประเภทที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดอาการกำเริบได้ เช่น เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือน้ำอัดลม

นอกจากนี้คุณจำเป็นจะต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมและสภาพแวดล้อมที่ทำให้ตัวเองสบายใจ และเอื้อต่อชีวิตประจำวันที่มีความสุข เพราะสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ ย่อมนำมาสู่ปัญหาสภาพจิตใจ รวมไปถึงสภาพร่างกายที่แย่ได้เหมือนกัน นอกจากนี้จะต้องผ่อนคลายจากความเครียด ดูแลจิตใจของตัวเองให้เข้มแข็ง มีความสุขในทุก ๆ วันผ่านเรื่องเล็ก ๆ ที่ฮีลใจตัวเองได้

ที่สำคัญควรเลิกเสพข่าวที่ก่อให้เกิดอารมณ์ด้านลบ เพราะนั่นจะทำให้คุณรู้สึกเครียดมากกว่าเดิม นอกจากนี้งดใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอโทรศัพท์มือถือมากเกินไป หลีกเลี่ยงการเล่นการพนันสมัคร gclub หาทางออกที่มีความสุข รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หรือหาเพื่อนคุยที่ไว้ใจได้สักคนก็ดีไม่น้อยเลยค่ะ

health